แบงก์ร้อยใบเดิม ผ่านไป 25 ปี ซื้อของได้เท่านี้
สวัสดีครับชาวดอย ด่านแรกของซีซั่นนี้ ผมอยากเริ่มด้วยเรื่องที่ทุกคนเจอทุกวันแต่ไม่ค่อยมีใครพูดให้ชัด ก็คือของมันแพงขึ้นเรื่อย ๆ เอาแบบนี้ สมมติว่าปี 2000 คุณมีแบงก์ร้อยอยู่ใบหนึ่ง แล้วคุณเก็บมันไว้เฉย ๆ ไม่ได้เอาไปทำอะไรเลย ไม่ได้ใช้ ไม่ได้ฝาก วางไว้ในลิ้นชัก วันนี้ปี 2025 คุณหยิบมันออกมา ตัวเลขบนแบงก์ยังเป็นร้อยเหมือนเดิม
แต่ของที่มันซื้อได้เหลือเท่ากับ 63 บาทของเมื่อก่อน หายไปหนึ่งในสาม โดยที่คุณไม่ได้ทำอะไรผิดสักอย่าง ด่านนี้เราจะมาดูกันว่าทำไม
จบด่านนี้ ตอบได้ 3 ข้อ
- เงินเฟ้อวัดจากอะไร แล้วใครเป็นคนวัด
- 25 ปีที่ผ่านมา ของไทยแพงขึ้นเท่าไหร่
- ทำไมเงินเฟ้อของเรา ไม่เท่าของในข่าว
แบงก์ร้อยใบเดิม วันนี้ซื้อของได้น้อยลง
ตัวเลขสองตัวนี้มาจากดัชนีราคาผู้บริโภคของไทย ซึ่ง World Bank เก็บไว้ยาวมาก ปี 2000 ดัชนีอยู่ที่ 77.35 ปี 2025 อยู่ที่ 122.40 เอาสองตัวนี้มาหารกัน ก็จะได้ว่าเงิน 100 บาทของปี 2000 วันนี้เหลือกำลังซื้อประมาณ 63 บาท พูดอีกแบบคือ เงิน 100 บาทของเรายังอยู่ครบ ธนาคารไม่ได้หักอะไร รัฐไม่ได้ยึดอะไร
แต่ของที่มันแลกได้น้อยลงไป 37% นี่แหละครับคือสิ่งที่เรียกว่าเงินเฟ้อ
เหมือนไม้บรรทัดที่หดลงทุกปี ของชิ้นเดิมเลยวัดได้ยาวขึ้นเรื่อย ๆ
ที่มา [1]
เขาวัดจากตะกร้าของที่คนไทยซื้อบ่อย
เอาของที่คนซื้อประจำมาใส่ตะกร้าเดียวกันข้าว หมู ไข่ น้ำมัน ค่ารถ ค่าเช่าบ้าน ค่าไฟ ค่าเทอม รวมเป็นตะกร้าสมมติหนึ่งใบ
จดราคาตะกร้านี้ทุกเดือน แล้วเทียบกับปีก่อนตัวเลขที่ได้เรียกว่า CPI (ดัชนีราคาผู้บริโภค) · ขึ้นกี่เปอร์เซ็นต์ นั่นคือเงินเฟ้อของปีนั้น
ดูทั้งตะกร้า ไม่ใช่ของชิ้นเดียวปีหนึ่ง ๆ ของบางอย่างถูกลง บางอย่างแพงขึ้นเร็ว ตัวเลขที่ประกาศคือค่าเฉลี่ยของทั้งตะกร้า
วิธีวัดมันตรงไปตรงมากว่าที่คิดครับ เขาเอาของที่คนไทยซื้อเป็นประจำมาใส่ตะกร้าสมมติหนึ่งใบ ข้าว หมู ไข่ น้ำมัน ค่ารถ ค่าเช่าบ้าน ค่าไฟ ค่าเทอม อะไรพวกนี้ แล้วก็ไปจดราคาตะกร้าใบนี้ทุกเดือน ตัวเลขที่ได้เรียกว่า ซี พี ไอ หรือดัชนีราคาผู้บริโภค พอเอาราคาตะกร้าปีนี้ไปเทียบกับปีที่แล้ว ได้กี่เปอร์เซ็นต์ นั่นแหละคือเงินเฟ้อของปีนั้น
สังเกตนะครับว่าเราดูทั้งตะกร้า ไม่ใช่ของชิ้นเดียว ปีหนึ่ง ๆ ของบางอย่างถูกลงก็มี บางอย่างแพงขึ้นเร็วก็มี ตัวเลขที่ประกาศออกมาคือค่าเฉลี่ยของทั้งใบ
แบงก์ร้อยใบเดิม ค่อย ๆ เหลือ 63

ทีนี้มาดูกันว่ามันค่อย ๆ ลงยังไง แท่งแต่ละแท่งคือกำลังซื้อของแบงก์ร้อยใบนั้นในแต่ละปี เริ่มที่ร้อยในปี 2000 แล้วก็ค่อย ๆ ต่ำลงมาเรื่อย ๆ จนเหลือ 63 ในปี 2025 เฉลี่ยแล้วของแพงขึ้นปีละ 1.85% ซึ่งฟังแล้วเหมือนน้อยมาก แต่พอทบกัน 25 ปีมันกินไปหนึ่งในสาม และสังเกตว่ามีแค่ 4 ปีเท่านั้นที่ของถูกลงจริง ๆ คือปี 2009 2015 2020 กับ 2025 นอกนั้นขึ้นหมด
ที่มา [2]
เงินเฟ้อกินไปเท่าไหร่
ดัชนีราคาผู้บริโภคของไทยจาก World Bank ปี 1960–2025 ชุดเดียวกับคลิปด่าน 1-1 · แท่งฟ้า = ฿100 · แท่งเทา = ที่เหลือซื้อได้
เพราะตะกร้าของเรา ไม่เหมือนตะกร้าของประเทศ
แต่ของเราอาจไม่ใช่เลขนี้
คนที่เช่าบ้านในเมือง ขับรถทุกวัน มีลูกเรียนโรงเรียนเอกชน จะเจอเงินเฟ้อของตัวเองสูงกว่าเลขที่ประกาศ
เพราะของที่เขาจ่ายหนัก คือของที่ขึ้นราคาเร็ว
มาถึงคำถามที่คนถามบ่อยที่สุด ทำไมข่าวบอกเงินเฟ้อไม่ถึง 2% แต่เราไปตลาดแล้วรู้สึกว่าแพงกว่านั้นเยอะ คำตอบคือตะกร้าของประเทศกับตะกร้าของเราไม่เหมือนกันครับ ตัวเลขที่ประกาศเป็นค่าเฉลี่ยของคนทั้งประเทศ แต่ถ้าคุณเช่าบ้านในเมือง ขับรถทุกวัน มีลูกเรียนโรงเรียนเอกชน ของที่คุณจ่ายหนักบังเอิญเป็นของที่ขึ้นราคาเร็ว เงินเฟ้อของคุณก็จะสูงกว่าเลขในข่าว
ส่วนเลขหนึ่งถึง 3% ที่เห็นบนจอ นั่นคือกรอบเป้าหมายที่แบงก์ชาติกับกระทรวงการคลังตกลงกันไว้ ไม่ใช่ตัวเลขที่เกิดขึ้นจริงเสมอไป
ที่มา [3]
3 เรื่องที่คนเข้าใจผิดบ่อย
“ปีละไม่กี่เปอร์เซ็นต์ ไม่เห็นเป็นไร”1.85% ต่อปี ฟังแล้วน้อย แต่ทบกัน 25 ปีแล้วกินไป 37% ของกำลังซื้อ
“เงินเฟ้อติดลบแปลว่าดี”ของถูกลงฟังดูดี แต่ถ้าติดลบนาน ๆ แปลว่าคนไม่กล้าใช้เงิน ซึ่งมักมาพร้อมคนตกงาน
“เก็บเงินสดไว้เฉย ๆ ปลอดภัยที่สุด”ปลอดภัยจากการขาดทุนเป็นตัวเลข แต่ไม่ได้ปลอดภัยจากของที่แพงขึ้น
สามเรื่องที่คนมักเข้าใจผิด เรื่องแรก คิดว่าปีละไม่กี่เปอร์เซ็นต์ไม่เห็นเป็นไร ซึ่งเราเพิ่งเห็นกันไปว่า 1.85% ทบกัน 25 ปี กินไป 37% เรื่องที่สอง คิดว่าเงินเฟ้อติดลบแปลว่าดี ของถูกลงใครจะไม่ชอบใช่ไหมครับ แต่ถ้ามันติดลบนาน ๆ มันมักแปลว่าคนไม่กล้าใช้เงิน ซึ่งเรื่องนั้นมาพร้อมกับคนตกงาน
เรื่องที่สาม คิดว่าเก็บเงินสดไว้เฉย ๆ ปลอดภัยที่สุด มันปลอดภัยจากการเห็นตัวเลขลดลงก็จริง แต่ไม่ได้ปลอดภัยจากของที่แพงขึ้น
สรุปสั้น ๆ
- เงินเฟ้อ = ราคาตะกร้าของที่คนซื้อบ่อย แพงขึ้นกี่ % ในหนึ่งปี
- ของไทยแพงขึ้นเฉลี่ยปีละ 1.85% ตั้งแต่ปี 2000 เก็บเงินไว้เฉย ๆ 25 ปี กำลังซื้อหายไป 37%
- ตัวเลขในข่าวเป็นค่าเฉลี่ยของทั้งประเทศ ตะกร้าของเราอาจแพงขึ้นเร็วกว่านั้น
แหล่งข้อมูล
- World Bank — ดัชนีราคาผู้บริโภคของไทย (2010 = 100) · 2000 = 77.35 · 2025 = 122.40 · 100 × 77.35 ÷ 122.40 = 63.2 · ดัชนีราคาผู้บริโภค (World Bank)
- World Bank — ดัชนีราคาผู้บริโภคของไทย (2010 = 100) · ปีที่ดัชนีเฉลี่ยทั้งปีลดลง: 2009 · 2015 · 2020 · 2025 · ดัชนีราคาผู้บริโภค (World Bank)
- กรอบเป้าหมายนโยบายการเงิน ธปท. — ตัวเลขทบทวนทุกปี เช็กประกาศล่าสุดก่อนใช้อ้างอิง
คลิปนี้ทำไว้ให้ความรู้ ไม่ได้ชวนซื้อขายอะไรทั้งนั้น · ข้อมูลเงินเฟ้อ: World Bank (World Development Indicators) · ดัชนีราคาผู้บริโภคของไทย