ด่าน 1-9 · ก่อนขึ้นดอย

เงินเรา ไปอยู่ที่ไหนได้บ้าง

อ่านราว 5 นาทีคลิปกำลังจะมา
ในด่านนี้ · 6 หัวข้อ
  1. ทุกอย่างในโลกอยู่ในสามกลุ่มนี้
  2. แต่ละกลุ่มมีเครื่องยนต์คนละแบบ
  3. ร้อยปีที่ผ่านมา แต่ละกลุ่มให้เท่าไหร่
  4. คริปโตอยู่กลุ่ม “ซื้อเก็บไว้” ในแผนที่นี้
  5. 3 เรื่องที่คนเข้าใจผิดเรื่องแผนที่นี้
  6. สรุป
3 กลุ่ม1 คำถาม

ให้เขายืม · เป็นเจ้าของ · ซื้อเก็บไว้ — แยกด้วยคำถามเดียวว่ามันจ่ายอะไรให้เราระหว่างถือ

แปดด่านที่ผ่านมาเราคุยเรื่องเงิน เวลา และความเสี่ยง แต่ยังไม่ได้พูดเลยว่าเงินมันไปอยู่ที่ไหนได้บ้าง ด่านนี้ผมจะกางแผนที่ให้ดู และข่าวดีคือแผนที่มันไม่ซับซ้อนอย่างที่คิด ทุกอย่างในโลกนี้ ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม แบ่งได้เป็นแค่สามกลุ่มเท่านั้น และแยกด้วยคำถามเดียว

จบด่านนี้ ตอบได้ 3 ข้อ

  1. แต่ละกลุ่ม เงินงอกจากอะไร
  2. ทำไมกลุ่มเป็นเจ้าของ ถึงให้มากที่สุด ในร้อยปี
  3. คริปโต อยู่กลุ่มไหน ในแผนที่นี้
1 · สามกลุ่ม

ทุกอย่างในโลกอยู่ในสามกลุ่มนี้

ให้เขายืม

  • เงินฝาก
  • พันธบัตรรัฐบาล
  • หุ้นกู้เอกชน
  • ได้ดอกเบี้ย ตามที่ตกลงกันไว้

เป็นเจ้าของ

  • หุ้น
  • อสังหาให้เช่า
  • ธุรกิจของตัวเอง
  • ได้ส่วนแบ่ง จากกำไรที่เหลือ

ซื้อเก็บไว้

  • ทอง
  • ของสะสม
  • สินค้าโภคภัณฑ์
  • ไม่มีอะไรจ่ายให้ ระหว่างถือ

เจอของใหม่เมื่อไหร่ ถามข้อเดียว: ระหว่างที่เราถืออยู่ มันจ่ายอะไรให้เราหรือเปล่า

สามกลุ่มนี้แยกกันด้วยคำถามเดียวครับ คือระหว่างที่เราถืออยู่ มันจ่ายอะไรให้เราหรือเปล่า กลุ่มแรกคือให้เขายืม เงินฝาก พันธบัตรรัฐบาล หุ้นกู้เอกชน เราให้เขายืมเงินไป เขาจ่ายดอกเบี้ยตามที่ตกลงกันไว้ จำนวนรู้ล่วงหน้า กลุ่มที่สองคือเป็นเจ้าของ หุ้น อสังหาให้เช่า หรือธุรกิจของตัวเอง เราได้ส่วนแบ่งจากกำไรที่เหลือหลังจ่ายทุกคนแล้ว ซึ่งไม่รู้ล่วงหน้าว่าจะได้เท่าไหร่ และกลุ่มที่สามคือซื้อเก็บไว้ ทอง ของสะสม สินค้าโภคภัณฑ์ ของพวกนี้ไม่มีอะไรจ่ายให้เราระหว่างถือเลย

2 · เครื่องยนต์คนละแบบ

แต่ละกลุ่มมีเครื่องยนต์คนละแบบ

  • ให้เขายืม — เงินงอกจากสัญญาเขาสัญญาว่าจะจ่ายดอกเท่านี้ คืนต้นวันนี้ · รู้ล่วงหน้าเกือบหมด แลกกับที่ได้ไม่เยอะ · เสี่ยงตรงที่เขาอาจไม่คืน
  • เป็นเจ้าของ — เงินงอกจากกำไรของกิจการกิจการขายของได้มากขึ้น กำไรมากขึ้น ส่วนของเราก็มากขึ้น · ไม่มีใครสัญญาอะไร แต่ไม่มีเพดานด้วย
  • ซื้อเก็บไว้ — เงินงอกจากคนถัดไปไม่มีกำไรไม่มีดอกเบี้ย กำไรทั้งหมดมาจากว่าจะมีคนยอมจ่ายแพงกว่าเราไหม

ลงรายละเอียดทีละกลุ่มนะครับ กลุ่มให้เขายืม เงินงอกจากสัญญา เขาสัญญาว่าจะจ่ายดอกเท่านี้ คืนต้นวันนี้ เรารู้ล่วงหน้าเกือบหมด แลกกับการที่ได้ไม่เยอะ และความเสี่ยงหลักคือเขาอาจไม่คืน กลุ่มเป็นเจ้าของ เงินงอกจากกำไรของกิจการ กิจการขายของได้มากขึ้น กำไรมากขึ้น ส่วนของเราก็มากขึ้นตาม ไม่มีใครสัญญาอะไรกับเราเลย

แต่ก็ไม่มีเพดานด้วย กลุ่มซื้อเก็บไว้ เงินงอกจากคนถัดไป ไม่มีกำไร ไม่มีดอกเบี้ย กำไรทั้งหมดมาจากว่าจะมีคนยอมจ่ายแพงกว่าเราหรือเปล่า ผมไม่ได้บอกว่ากลุ่มที่สามไม่ดีนะครับ แต่เราต้องรู้ว่ากำไรมันจะมาจากไหน

สองกลุ่มแรกมีคนทำมาหากินอยู่เบื้องหลัง กลุ่มที่สามไม่มี

ไม่ได้แปลว่ากลุ่มที่สามไม่ดี แต่แปลว่าต้องรู้ว่ากำไรจะมาจากไหน

2 · เทียบสามกลุ่ม

ร้อยปีที่ผ่านมา แต่ละกลุ่มให้เท่าไหร่

กลุ่มตัวอย่างได้ต่อปีปีที่แย่สุด
ให้เขายืม (สั้น)ตั๋วเงินคลัง 3 เดือน3.37%ไม่เคยติดลบ
ให้เขายืม (ยาว)พันธบัตรรัฐบาล 10 ปี4.53%−17.8%
ให้เขายืม (เอกชน)หุ้นกู้ Baa6.63%−15.7%
เป็นเจ้าของหุ้นสหรัฐรวมปันผล10.02%−43.8%
ซื้อเก็บไว้ทอง5.61%−32.6%

ทีนี้มาดูตัวเลขจริง 100 ปี เรียงจากบนลงล่าง ตั๋วเงินคลัง 3 เดือนให้ 3.37 ไม่เคยติดลบ พันธบัตร 10 ปีให้ 4.53 ปีแย่สุดลบ 17 หุ้นกู้เอกชนให้ 6.63 หุ้นให้ 10.02 ปีแย่สุดลบ 43 และทองให้ 5.61 ปีแย่สุดลบ 32 ผมอยากให้สังเกตแถวทองเป็นพิเศษครับ ทองแกว่งเกือบเท่าหุ้น แต่ให้ผลตอบแทนราวครึ่งเดียว เพราะมันไม่มีกำไรของกิจการหนุนอยู่ข้างหลัง มีแต่ราคาที่คนถัดไปยอมจ่าย

เป็นเจ้าของให้มากที่สุด และแกว่งมากที่สุด — ทั้งสองอย่างมาคู่กัน

ทองแกว่งเกือบเท่าหุ้น แต่ให้ผลตอบแทนราวครึ่งเดียว เพราะไม่มีกำไรของกิจการหนุนอยู่

ที่มา [1]

3 · คริปโตอยู่ตรงไหน

คริปโตอยู่กลุ่ม “ซื้อเก็บไว้” ในแผนที่นี้

กลุ่ม 3
เพราะไม่มีดอกเบี้ย ไม่มีปันผล และไม่มีกำไรของกิจการอยู่เบื้องหลัง

ไม่ได้แปลว่าไม่ดี

แปลว่ากำไรมาจากทางเดียว คือราคาที่คนถัดไปยอมจ่าย

ซึ่งเป็นทางที่คาดเดายากที่สุด ในแผนที่ทั้งใบ

คำถามที่ถูกถามบ่อยที่สุดคือแล้วคริปโตอยู่ตรงไหน คำตอบในแผนที่นี้คือกลุ่มที่สาม ซื้อเก็บไว้ อยู่กลุ่มเดียวกับทอง เหตุผลตรงไปตรงมาครับ เพราะมันไม่มีดอกเบี้ย ไม่มีปันผล และไม่มีกำไรของกิจการอยู่เบื้องหลัง ผมไม่ได้บอกว่ามันไม่ดีนะครับ ผมบอกว่ากำไรของมันมาจากทางเดียว คือราคาที่คนถัดไปยอมจ่าย ซึ่งเป็นทางที่คาดเดายากที่สุดในแผนที่ทั้งใบ และผมจะไม่พูดถึงเหรียญไหนเป็นรายตัว และไม่บอกว่าควรถือหรือไม่ควรถือ

ของที่ไม่จ่ายอะไรระหว่างถือ ต้องพึ่งคนถัดไปเสมอ

ช่องนี้ไม่พูดถึงเหรียญใดเป็นรายตัว และไม่บอกว่าควรถือหรือไม่ควรถือ

ระวัง

3 เรื่องที่คนเข้าใจผิดเรื่องแผนที่นี้

  • “กลุ่มที่ให้มากที่สุดคือกลุ่มที่ดีที่สุด”ดีที่สุดขึ้นอยู่กับว่าเราจะใช้เงินเมื่อไหร่ · เงินที่ต้องใช้ปีหน้า กลุ่มแรกเหมาะกว่าเสมอ
  • “กองทุนเป็นกลุ่มที่สี่”กองทุนไม่ใช่กลุ่มใหม่ มันคือกล่องที่ข้างในบรรจุของจากสามกลุ่มนี้ ต้องเปิดดูว่าข้างในมีอะไร
  • “อสังหาคือกลุ่มซื้อเก็บไว้”ถ้าปล่อยเช่าได้ค่าเช่า คือกลุ่มเป็นเจ้าของ · ถ้าซื้อที่ดินทิ้งไว้เฉย ๆ คือกลุ่มซื้อเก็บไว้

สามเรื่องที่คนเข้าใจผิด เรื่องแรก คิดว่ากลุ่มที่ให้มากที่สุดคือกลุ่มที่ดีที่สุด ดีที่สุดมันขึ้นอยู่กับว่าเราจะใช้เงินเมื่อไหร่ครับ เงินที่ต้องใช้ปีหน้า กลุ่มแรกเหมาะกว่าเสมอ เรื่องที่สอง คิดว่ากองทุนเป็นกลุ่มที่สี่ กองทุนไม่ใช่กลุ่มใหม่นะครับ มันคือกล่องที่ข้างในบรรจุของจากสามกลุ่มนี้ เราต้องเปิดดูว่าข้างในมีอะไร

เรื่องที่สาม คิดว่าอสังหาคือกลุ่มซื้อเก็บไว้ ถ้าปล่อยเช่าได้ค่าเช่า นั่นคือกลุ่มเป็นเจ้าของ แต่ถ้าซื้อที่ดินทิ้งไว้เฉย ๆ นั่นคือกลุ่มซื้อเก็บไว้ ดูที่ว่ามันจ่ายอะไรให้เรา ไม่ใช่ดูที่ชื่อเรียกของมัน

ดูที่ว่ามันจ่ายอะไรให้เรา ไม่ใช่ดูที่ชื่อเรียกของมัน

สรุปสั้น ๆ

  1. ทุกอย่างอยู่ในสามกลุ่ม: ให้เขายืม · เป็นเจ้าของ · ซื้อเก็บไว้
  2. แยกด้วยคำถามเดียว — ระหว่างที่เราถืออยู่ มันจ่ายอะไรให้เราหรือเปล่า
  3. ร้อยปีที่ผ่านมา กลุ่มเป็นเจ้าของให้มากที่สุด และแกว่งมากที่สุด
เจอของใหม่ ให้ถามก่อนว่ามันอยู่กลุ่มไหน แล้วเรื่องที่เหลือจะง่ายขึ้นมาก

แหล่งข้อมูล

  1. Damodaran (NYU Stern) — ผลตอบแทนรายปีของสินทรัพย์สหรัฐ 1928–2025 · ยังไม่หักเงินเฟ้อ · ข้อมูลของ Damodaran

คลิปนี้ทำไว้ให้ความรู้ ไม่ได้ชวนซื้อขายอะไรทั้งนั้น · ข้อมูลผลตอบแทน: Damodaran (NYU Stern) · สินทรัพย์สหรัฐ 1928–2025